รีวิวหนัง The Predator – เดอะ เพรดเดเทอร์

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Predator The Predator เกิดเรื่องราวเกิดขึ้นที่ จากห้วงอวกาศอันไกลมาก สู่ถนนหนทางเล็กๆในเขตปริมณฑล การไล่ล่ากลับมาอีกรอบ ในซีรีย์เพรดเดเทอร์อันเลื่องลือของศาสนาเชน กางล็ค รวมทั้งเวลานี้ นักล่าที่อันตรายที่สุดในจักรวาลก็เข้มแข็งขึ้น เฉลี่ยวฉลาดขึ้น รวมทั้งอันตรายมากกว่าที่เคยเป็นมา พวกมันตัดต่อยีนส์ของตัวเองกับดีเอ็นเอของสปีชี่อื่นๆในจักรวาล รวมทั้งเมื่อเด็กผู้ชายคนหนึ่งบังเอิญกระตุ้นให้พวกมันกลับมาที่โลกอีกที มีเพียงแต่สมาชิกแร็กแท็กจากสมัยก่อนทหาร แล้วก็คุณครูสอนวิทยาศาสตร์อีกหนึ่งผู้ที่มิได้รับการยินยอมรับแค่นั้น ที่สามารถช่วยไม่ให้เชื้อสายมนุษย์จะต้องสิ้นสุดลง


A re-make of the 1987 sci-fi film “Predator”

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิวThe Predator
— 6/10 —
หนังแอ็คชั่นคอมเมดี้ ที่มี Predator เป็นเพียงแค่ตัวประกอบ
“ความสนุกสนานเดียวของหนังเป็นกรุ๊ป ดารานำชาย & Friend กับมุกต่างๆเพียงแค่นั้นล่ะ”

ในเรื่อง The Predator (อ่านว่าเดอะ เพรดเดเทอร์) ภาคนี้นี้ ไม่มีความจำเป็นต้องมองภาคอื่นๆก็สามารถมองได้ทราบเรื่องรวมทั้งรู้เรื่องได้ง่ายๆ โดยเรื่องราวเล่าเกี่ยวกับการมาเยี่ยมโลกของ Predator แล้วก็คนที่พบมันเป็นทหารมือพลซุ่มยิง ดารานำชายของเรื่อง โดยเขาได้เก็บเครื่องไม้เครื่องมือของ Predator มา แล้วก็ส่งมันแม้กระทั่งกับลูกอัจฉริยะของเขา โน่นก็เลยเป็นจุดเริ่มความหายนะ เนื่องจาก Predator ของหาย…อยากได้คืน

หนังภาคนี้ค่อนข้างจะต่างจากภาคอื่นพอเหมาะพอควร ด้วยเหตุว่ามีความคอมเมดี้สูงมากมาย สิ่งที่ถูกใจที่สุดในประเด็นนี้เป็นกรุ๊ปดารานำชาย & Friend เป็นจุดที่สำราญใจที่สุดของหนังละ พูดได้ว่าเมื่อใดก็ตามพวกเขารวมตัวกัน มักมีเสียงฮาออกมาแน่ๆ ซึ่งจำเป็นต้องชูความดีความชอบให้กับผู้กำกับอย่าง Shane Black ที่เคยฝากผลงานเอาไว้ใน Iron Man 3, The Nice Guys ทั้งคู่เรื่องมีมุกขำขันที่เด็ด ดีเลิศ ไม่ใช่ตลกขบขันหมูกระทะทั่วๆไป และก็เขาก็นำสิ่งดีๆมาในหัวข้อนี้ มาตกแต่งบทสนทนา มุกต่างๆในหนังหัวข้อนี้เป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับ แถมยังสร้างความรื่นเริงใจให้กับผู้ชมได้มากอย่างยิ่งจริงๆ แถมหนังทำให้พวกเราได้กลิ่นอายของภาคแรกในปี 1987 สูงเลยล่ะ กับการต่อสู้ของผู้คนรวมทั้ง Predator

แต่ว่าเนื่องจากว่าหนังมันมอง “ตลกขบขัน” ไปซะหน่อย พวกเราเลยมิได้ลุ้นกับการปรากฏตัวของ Predator เลยสักฉาก ปราศจากความตื่นเต้นกับการไล่ล่า ไล่ฆ่า กับทุกฉากแอ็คชั่น ของนักล่าที่จักรวาลในหนังหัวข้อนี้แม้แต่น้อย

เหล่าการแสดงของผู้แสดงมีดีเพียงแค่กรุ๊ปผู้แสดงนำชาย & Friend แค่นั้นล่ะ ที่เหลือมิได้ดี เล่นแข็งบ้าง แปลกๆบ้าง รู้สึกเลียนแบบจนถึงไม่น่าเอาใจช่วยใครซักคนเลย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกผู้แสดงนำชาย!)

เนื่องจากว่าหนังหัวข้อนี้ได้เรท R โน่นทำให้พวกเรามีความรู้สึกว่าในหนังประเด็นนี้มันควรมีฉากฆ่า หรือสู้กันแบบชั่วร้ายๆเยอะแยะแน่ๆ ซึ่งมันก็มี! แต่ว่ามันน้อยกว่าที่พวกเราคาดไว้มาก! พอเพียงจะมีโหดเหี้ยมๆรวมทั้งเหมาะสมเป็นเรท R อยู่สองสามฉากเพียงแค่นั้น

หากแม้มันจะชื่อหนังว่า The Predator แต่ว่าหนังให้น้ำหนักไปกับฝั่งมนุษย์มากจนเกินความจำเป็นมากมายๆทำให้ Predator เสมือนเปลี่ยนเป็นตัวประกอบไปเลย ทั้งพวกเรามิได้มองเห็นการไล่ล่า หรือการฆ่า แบบมีกลเม็ดเด็ดพรายของ Predator กระทั่งการโชว์เครื่องไม้เครื่องมือเทวดาๆของพวกเขา ก็ไม่น่าติดใจเลย ทุกฉากต่อสู้ของหนังรู้สึกมันขัดๆไปซะทุกฉากเลย ไม่สม่ำเสมอ ขาดๆเกินๆบ้าง บางฉากก็โง่เขลาเสียอย่างมาก ไม่มีฉากโก้เก๋ๆให้น่าจำเลยแม้กระทั้งฉากเดียว

หนังเต็มไปด้วยความไม่มีเหตุผล ในมากมายเรื่องมากมาย แถมมีเรื่องมีราวให้น่าสงสัยเยอะไปหมด เพราะเหตุใด? อะไร? อย่างไร? หายไปไหน? (ต้องการบอกนะแม้กระนั้นประเดี๋ยวสปอยล์ T^T) หนังมีประโยคสำหรับถามอย่างงี้อยู่เสมอเรื่อง ต่อให้สิ้นเรื่อง ไม่ใช่หนังทิ้งเงื่อนไว้นะ ก็แค่หนังมิได้บอกราวกับอะไรบางอย่างเอาทิ้งซุกซนๆให้ผู้ชมสงสัยเสียแบบงั้น

สรุปโดยภาพรวมแล้วออกจะเฉยๆกับหนังหัวข้อนี้พอเหมาะพอควร ยังดีที่มีกรุ๊ป ดารานำชาย & Friend ช่วยเอาไว้บ้าง แม้กระนั้นก็ยังมีผลให้พวกเราถูกใจมิได้อยู่ดี แม้จะตัดเรื่องความสมเหตุผลออกไป หนังก็ยังมิได้ทำให้พวกเราถูกใจมากขึ้นไปกว่าเดิมเลยแม้แต่น้อย

แม้กระนั้นอย่างไรก็ตาม นี่ก็คือความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆจะถูกใจรังเกียจ ชื่นชอบผิดดวงใจ จำต้องไปวินิจฉัยคุ้นเคยในโรงภาพยนต์เลยจ้าาาา

– แอดยิ้มแย้ม