รีวิวหนัง Farewell Song – เพลงรักเราสามคน

เรื่องย่อหนัง

หนัง Farewell Song หรือชื่อไทยว่า เพลงรักพวกเราสามคน โคมัตสึ นานะ X ค้างโดวากิ มุกิ เพราะเหตุว่าความรักมิได้มีช่องว่างเพียงพอสำหรับ 3 คน Farewell Song เกิดเรื่องราวของฮารุ รวมทั้ง เลโอะ ที่ได้ด้วยกันฟอร์มวงดนตรีแนวอินดี้ชื่อ ฮารุเลโอะ และก็เริ่มแปลงเป็นวงที่เลื่องลือขึ้นมา ทั้งคู่ตกลงใจออกทัวร์แสดงการแสดงดนตรี ในขณะนั้นเองก็ได้เจอกับ ชิมะ สมัยก่อนโฮสต์เก่า ที่มาขอสมัครเป็นผู้ช่วยวง ด้วยเหตุผลว่า เขาถูกใจเพลงที่ฮารุเป็นคนแต่ง ทั้งยังสามออกทัวร์ไปร่วมกัน พร้อมทั้งความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจ ระหว่างที่วงโด่งดังขึ้นเรื่อยวันหนึ่ง ฮารุ รวมทั้ง เลโอะ ก็ตกลงใจจะยุบวง ฮารุเลโอะ ออกทัวร์แสดงการแสดงดนตรีร่วมกัน เป็นคราวสุดท้ายที่ ฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด กับความรู้สึกโดยความเป็นจริงที่เบาๆเผย Farewell Song แสดงนำโดย โคมัตสึ นานะ(Tomorrow I Will Date With Yesterday You(2016)), ติดอยู่โดวากิ มุกิ(Innocent Curse(2017)), ที่นาริตะ เรียว (Code Blue The Movie(2018))


Haru and Reo perform as musical duo Haru-Reo. With their indie music, they suddenly get popular. Even with their newfound success, they decide to disband the duo. Haru-Reo go on one last tour together. Their roadie Shima goes with the girls on the tour. Reo has feelings for Shima, but Shima has feelings for Haru.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Farewell Song – เพลงรักพวกเราสามคน
— 5/10 —
สองสาวน่ารักน่าเอ็นดู เพลงไพเราะ
เท่านั้นล่ะ

Farewell Song กล่าวถึงเรื่องราวของวงดนตรีที่ชื่อว่า “ฮารุเลโอ” ประกอบไปด้วย 2 สาว และก็ 1 ชายหนุ่มผู้จัดการ ที่ทั้งยังสามจะได้ทัวร์กันในชื่อวงนี้หนสุดท้าย เพราะว่าทั้งผองได้ตกลงกันว่าจะแยกทางกันข้างหลังทัวร์จบ

หนังเดินเรื่องแบบตัดสลับไปๆมาๆระหว่างสมัยก่อนแล้วก็เดี๋ยวนี้ ที่เดินเรื่องโคตรช้า ช้าแบบช้าโคตรๆกระทั่งน่ารำคาญ แถมจบแล้วยังไม่เคยทราบอะไรอีกด้วย ไม่ว่าจะเหตุผลจริงๆที่แยกวงกันหรือรวมวงกัน, ผู้แสดงที่เปลี่ยนแปลงนิสัยไปซะงั้น, เรื่องราวความรักระหว่าง 3 คนนั้น เป็นอีกทั้งไม่รู้เรื่อง ไม่เคยทราบว่าจะต้องรู้สึกอะไร และไม่อินกับทุกเหตุผลในหนังเลยแม้แต่น้อย มีสองอย่างแค่นั้นล่ะที่พวกเราถูกใจจากหนังประเด็นนี้

สิ่งแรกเป็นเพลง เพลงแต่ละเพลงในประเด็นนี้จำต้องกล่าวว่าเข้าขั้นด้วยเหตุว่าสูงถึงสูงที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงสำหรับในการแสดงท้ายที่สุดตอนสุดท้าย รวมทั้งอีกอย่างที่ถูกใจเป็นสองผู้แสดงที่เค้าหน้าน่ารักน่าเอ็นดูดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคมัตสึ นานะ ในบทเลโอ ที่ดูดีมีออร่าจับ ด้วยติดอยู่แร็คเตอร์ที่โก้เก๋บวกกับเค้าหน้าน่ารักน่าเอ็นดูของคุณก็เชิญชวนให้ละสายตามิได้เช่นเดียวกัน หากแม้ทั้งคู่จะมิได้มีการแสดงที่เด่นถึงกับขนาดร้องว้าว แต่ว่าก็จัดว่าโอเคในระดับที่มิได้รู้สึกไม่ดีล่ะน่า

ผู้ใดกันที่แบบรู้สึกว่าไปดูหัวข้อนี้จำเป็นต้องน้ำตาแตกไหลพราก พกทิชชู่ไปเป็นกล่อง บางครั้งก็อาจจะจะต้องเผื่อหัวใจไว้สักนิด เพราะว่ามันมิได้ดราม่าขนาดนั้น จำต้องกล่าวว่าพวกเราไม่รับทราบถึงความหม่นหมองอะไรเลยดีมากกว่า หากเอาตรงๆเลยก็แค่เป็นหนังลำดับที่สองสาวน่ารักน่าเอ็นดู เพลงไพเราะ เท่านั้นเลยจริๆ 

ปล. หนังบางทีก็อาจจะผิดจริตพวกเราผู้เดียวก็ได้มั้ง ความเห็นโดยส่วนตัวล้วนๆ

รีวิวหนัง The Predator – เดอะ เพรดเดเทอร์

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Predator The Predator เกิดเรื่องราวเกิดขึ้นที่ จากห้วงอวกาศอันไกลมาก สู่ถนนหนทางเล็กๆในเขตปริมณฑล การไล่ล่ากลับมาอีกรอบ ในซีรีย์เพรดเดเทอร์อันเลื่องลือของศาสนาเชน กางล็ค รวมทั้งเวลานี้ นักล่าที่อันตรายที่สุดในจักรวาลก็เข้มแข็งขึ้น เฉลี่ยวฉลาดขึ้น รวมทั้งอันตรายมากกว่าที่เคยเป็นมา พวกมันตัดต่อยีนส์ของตัวเองกับดีเอ็นเอของสปีชี่อื่นๆในจักรวาล รวมทั้งเมื่อเด็กผู้ชายคนหนึ่งบังเอิญกระตุ้นให้พวกมันกลับมาที่โลกอีกที มีเพียงแต่สมาชิกแร็กแท็กจากสมัยก่อนทหาร แล้วก็คุณครูสอนวิทยาศาสตร์อีกหนึ่งผู้ที่มิได้รับการยินยอมรับแค่นั้น ที่สามารถช่วยไม่ให้เชื้อสายมนุษย์จะต้องสิ้นสุดลง


A re-make of the 1987 sci-fi film “Predator”

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิวThe Predator
— 6/10 —
หนังแอ็คชั่นคอมเมดี้ ที่มี Predator เป็นเพียงแค่ตัวประกอบ
“ความสนุกสนานเดียวของหนังเป็นกรุ๊ป ดารานำชาย & Friend กับมุกต่างๆเพียงแค่นั้นล่ะ”

ในเรื่อง The Predator (อ่านว่าเดอะ เพรดเดเทอร์) ภาคนี้นี้ ไม่มีความจำเป็นต้องมองภาคอื่นๆก็สามารถมองได้ทราบเรื่องรวมทั้งรู้เรื่องได้ง่ายๆ โดยเรื่องราวเล่าเกี่ยวกับการมาเยี่ยมโลกของ Predator แล้วก็คนที่พบมันเป็นทหารมือพลซุ่มยิง ดารานำชายของเรื่อง โดยเขาได้เก็บเครื่องไม้เครื่องมือของ Predator มา แล้วก็ส่งมันแม้กระทั่งกับลูกอัจฉริยะของเขา โน่นก็เลยเป็นจุดเริ่มความหายนะ เนื่องจาก Predator ของหาย…อยากได้คืน

หนังภาคนี้ค่อนข้างจะต่างจากภาคอื่นพอเหมาะพอควร ด้วยเหตุว่ามีความคอมเมดี้สูงมากมาย สิ่งที่ถูกใจที่สุดในประเด็นนี้เป็นกรุ๊ปดารานำชาย & Friend เป็นจุดที่สำราญใจที่สุดของหนังละ พูดได้ว่าเมื่อใดก็ตามพวกเขารวมตัวกัน มักมีเสียงฮาออกมาแน่ๆ ซึ่งจำเป็นต้องชูความดีความชอบให้กับผู้กำกับอย่าง Shane Black ที่เคยฝากผลงานเอาไว้ใน Iron Man 3, The Nice Guys ทั้งคู่เรื่องมีมุกขำขันที่เด็ด ดีเลิศ ไม่ใช่ตลกขบขันหมูกระทะทั่วๆไป และก็เขาก็นำสิ่งดีๆมาในหัวข้อนี้ มาตกแต่งบทสนทนา มุกต่างๆในหนังหัวข้อนี้เป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับ แถมยังสร้างความรื่นเริงใจให้กับผู้ชมได้มากอย่างยิ่งจริงๆ แถมหนังทำให้พวกเราได้กลิ่นอายของภาคแรกในปี 1987 สูงเลยล่ะ กับการต่อสู้ของผู้คนรวมทั้ง Predator

แต่ว่าเนื่องจากว่าหนังมันมอง “ตลกขบขัน” ไปซะหน่อย พวกเราเลยมิได้ลุ้นกับการปรากฏตัวของ Predator เลยสักฉาก ปราศจากความตื่นเต้นกับการไล่ล่า ไล่ฆ่า กับทุกฉากแอ็คชั่น ของนักล่าที่จักรวาลในหนังหัวข้อนี้แม้แต่น้อย

เหล่าการแสดงของผู้แสดงมีดีเพียงแค่กรุ๊ปผู้แสดงนำชาย & Friend แค่นั้นล่ะ ที่เหลือมิได้ดี เล่นแข็งบ้าง แปลกๆบ้าง รู้สึกเลียนแบบจนถึงไม่น่าเอาใจช่วยใครซักคนเลย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกผู้แสดงนำชาย!)

เนื่องจากว่าหนังหัวข้อนี้ได้เรท R โน่นทำให้พวกเรามีความรู้สึกว่าในหนังประเด็นนี้มันควรมีฉากฆ่า หรือสู้กันแบบชั่วร้ายๆเยอะแยะแน่ๆ ซึ่งมันก็มี! แต่ว่ามันน้อยกว่าที่พวกเราคาดไว้มาก! พอเพียงจะมีโหดเหี้ยมๆรวมทั้งเหมาะสมเป็นเรท R อยู่สองสามฉากเพียงแค่นั้น

หากแม้มันจะชื่อหนังว่า The Predator แต่ว่าหนังให้น้ำหนักไปกับฝั่งมนุษย์มากจนเกินความจำเป็นมากมายๆทำให้ Predator เสมือนเปลี่ยนเป็นตัวประกอบไปเลย ทั้งพวกเรามิได้มองเห็นการไล่ล่า หรือการฆ่า แบบมีกลเม็ดเด็ดพรายของ Predator กระทั่งการโชว์เครื่องไม้เครื่องมือเทวดาๆของพวกเขา ก็ไม่น่าติดใจเลย ทุกฉากต่อสู้ของหนังรู้สึกมันขัดๆไปซะทุกฉากเลย ไม่สม่ำเสมอ ขาดๆเกินๆบ้าง บางฉากก็โง่เขลาเสียอย่างมาก ไม่มีฉากโก้เก๋ๆให้น่าจำเลยแม้กระทั้งฉากเดียว

หนังเต็มไปด้วยความไม่มีเหตุผล ในมากมายเรื่องมากมาย แถมมีเรื่องมีราวให้น่าสงสัยเยอะไปหมด เพราะเหตุใด? อะไร? อย่างไร? หายไปไหน? (ต้องการบอกนะแม้กระนั้นประเดี๋ยวสปอยล์ T^T) หนังมีประโยคสำหรับถามอย่างงี้อยู่เสมอเรื่อง ต่อให้สิ้นเรื่อง ไม่ใช่หนังทิ้งเงื่อนไว้นะ ก็แค่หนังมิได้บอกราวกับอะไรบางอย่างเอาทิ้งซุกซนๆให้ผู้ชมสงสัยเสียแบบงั้น

สรุปโดยภาพรวมแล้วออกจะเฉยๆกับหนังหัวข้อนี้พอเหมาะพอควร ยังดีที่มีกรุ๊ป ดารานำชาย & Friend ช่วยเอาไว้บ้าง แม้กระนั้นก็ยังมีผลให้พวกเราถูกใจมิได้อยู่ดี แม้จะตัดเรื่องความสมเหตุผลออกไป หนังก็ยังมิได้ทำให้พวกเราถูกใจมากขึ้นไปกว่าเดิมเลยแม้แต่น้อย

แม้กระนั้นอย่างไรก็ตาม นี่ก็คือความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆจะถูกใจรังเกียจ ชื่นชอบผิดดวงใจ จำต้องไปวินิจฉัยคุ้นเคยในโรงภาพยนต์เลยจ้าาาา

– แอดยิ้มแย้ม

รีวิวหนัง SPY – สปาย

เรื่องย่อหนัง

หนัง Spy หรือชื่อภาษาไทยว่า “พยัคฆินร้ายใต้ดิน” จากผลงานเรื่องปัจจุบันของผู้กำกับ พอล พีก (Bridesmaids , The Heat) ที่ลงมือทั้งยังควบคุมรวมทั้งเขียนบทเอง จัดแจงเจอกับภาพยนตร์แอ็คชั่น-คอมเมดี้อย่าง Spy กล่าวถึงเรื่องราวของซูซาน คูเปอร์ (เมลิสซา แม็คคาร์ธีย์) นักวิเคราะห์ CIA ผู้ถ่อมเนื้อนอบน้อมถ่อมตนรวมทั้งได้แม้กระนั้นนั่งอยู่กับโต๊ะ คุณเป็นวีรสตรีที่ไม่มีผู้ใดพูดถึงถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังภารกิจสุดอันตรายของหน่วยงานสายที่นี้ แม้กระนั้นเมื่อสหายร่วมงานของคุณ (จู๊ด ลอว์) หายสูญไปและก็สายขั้นสูงอีกคนหนึ่ง (เจสัน สเตแธม) ก็ถูกเผยตัว คุณก็เลยสมัครใจปลอมตัวเข้าไปแทรกซึมในแวดวงนักค้าอาวุธซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายและก็ปกป้องไม่ให้หายนะสุดยอดเกิดขึ้น เปิดรอบพิเศษ 30 เดือนพฤษภาคม – 3 ไม่.ย. 2558 รอบ 20.00 น. เป็นต้นไป

วิภาควิจารณ์ หนัง

ต้องการมอง

รีวิวหนัง The Peanut Butter Falcon – คู่ซ่าบ้าล่าฝัน

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Peanut Butter Falcon หรือชื่อไทยว่า คู่ซ่าบ้าล่าฝัน ทายเลอร์คนจรหมอนหมิ่นที่หนีคดีมา รวมทั้งได้เจอกับชายหนุ่มดาวน์ซินโดรมที่หนีออกมาจากสถานที่ดูแล ด้วยเหตุว่าใฝ่ฝันต้องการเป็นนักมวยปลุกปล้ำอาชีพที่มีชื่อ ทำให้ทั้งสองได้ออกเสี่ยงอันตรายด้วยกัน กลางทางทั้งสองได้เจอกับพยาบาลสาวแสนสวยชื่ออีเล็นเนอร์ ที่บากบั่นตามหาหนุ่มน้อยให้กลับไปยังสถานที่ดูแลคนป่วย แต่แปลงเป็นว่าคุณจะต้องออกร่วมเสี่ยงอันตรายไปกับทั้งสองบนแม่น้ำมิสสิสซิปปี้ร่วมกัน เพื่อไปยังสถานที่เรียนสอนมวยปล้ำที่ดูแลโดยอดีตกาลนักมวยปลุกปล้ำดังที่เด็กดาวน์ซินโดรมตั้งมั่นไว้


Zak runs away from his care home to make his dream of becoming a wrestler come true.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว The Peanut Butter Falcon – คู่ซ่าบ้าล่าฝัน
— 8/10 —
หนังฟีลกู๊ด ที่ยิ้มได้แทบจะทั้งยังเรื่อง
ความเกี่ยวเนื่องของ 2 ตนเองมองน่ารักน่าเอ็นดูรวมทั้ง “โคตรจริง”

The Peanut Butter Falcon เกิดเรื่องราวความข้องเกี่ยวการเดินทางระหว่างเด็กออทิสติกที่หนีจากสถานที่ดูแลเพื่อต้องการออกเดินตามความฝัน กับการไปเรียนมวยปล้ำเพื่อเป็นนักมวยปลุกปล้ำจริงๆกับเด็กหนุ่มจรจัดที่ออกตะลอนหนีคดี ทั้งสองก็เลยได้ออกเผชิญภัยด้วยกันเพื่อกระทำตามความฝันของเด็กออทิสติกให้เสร็จ 

อย่างแรกที่สัมผัสได้จากประเด็นนี้เป็นความข้องเกี่ยวระหว่าง Tyler (Shia LaBeouf) และก็ Zak (Zack Gottsagen) ที่มอง “โคตรจริง” มันมองทราบเลยว่าทั้งสองมิได้แสดง ทั้งสองราวสนิทกันมาตั้งแต่นอกหน้าจอแล้ว การแสดงในหน้าจอก็เลยมองธรรมชาติมากมายๆราวกล้องถ่ายภาพไปตามเก็บความสมาคมของทั้งสองมากยิ่งกว่า นอกเหนือจากมันจริงโคตรๆมันยังมองสวยอีกด้วย ซึ่งจะต้องสารภาพเลยว่าทั้งคู่แสดงดีเลยล่ะโดยยิ่งไปกว่านั้น Zak ที่ในชีวิตจริงเขาก็เป็นออทิสติกด้วย แต่ว่าแสดงได้ขนาดนี้ก็จัดว่าชวนมองโคตรๆ

ทางด้านการเดินเรื่อง มันเป็นหนังที่มองง่ายสุดๆ ไม่ใช่หนังติสท์ หนังอินดี้อะไรเลย มันก็แค่การเสี่ยงอันตรายของสองเพื่อนพ้องเพียงแค่นั้น มีตลกให้เพียงพอขำได้เป็นระยะๆมองไปก็ยิ้มไป ฟีลกู๊ดได้แทบจะตลอดทั้งเรื่องเลยจริงๆ

แม้กระนั้นแต่กระนั้น เรื่องราวการเสี่ยงอันตรายมันก็มิได้หวือหวาหรือนำมาซึ่งการก่อให้เกิดความสัมพันธ์กันเยอะแยะอะไรขนาดนั้น ทั้งหมดทุกอย่างมันก็มองเรียบง่ายรวมทั้งมองรีบไปซะหมด (จริงๆหนังมันก็แทบเป็นเส้นตรงเลยล่ะ) ซีนที่เสมือนจะมีอะไร ก็ไม่มีอะไร รวมทั้งพวกเราไม่อินเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นของคู่พระนางเลยแม้กระทั้งนิดนึง ทะเลาะกัน เอ๊า แปบๆคืนดีกัน รักกันนิ่งเลย ยิ่งช่วงท้ายๆหนังรีบไป ซึ่งมันกำลังซึ้งเลย หนังตัดอารมณ์ซะงั้น รวมทั้งตอนสุดท้ายที่มองรีบมากยิ่งกว่านั้นอีก ซึ่งมันน่าจะซึ้งได้กว่านี้แท้ๆโชคร้าย

สรุปแล้ว The Peanut Butter Falcon เป็นหนังฟีลกู๊ด ร่าเริงแจ่มใส มองง่าย ยิ้มง่าย คุณจะรู้สึกรัก รวมทั้งเอ็นดูความเกี่ยวข้องของสองตัวนำไปอย่างไม่รู้ตัว

รีวิวหนัง Anna – แอนนา สวยสะบัดสังหาร

เรื่องย่อหนัง

หนัง Anna หรือชื่อไทยว่า แอนท้องนา สวยสะบัดฆ่า ผลงานชิ้นใหม่ของผู้กำกับหนังแอคชั่นตัวบิดา ลุค เบสซง ที่ในประเด็นนี้เขาทั้งยังควบคุม เขียนบท แล้วก็โปรดิวซ์ ANNA เป็นภาพยนตร์แอคชั่น-เขย่าขวัญ ที่มีเบื้องหลังเป็นแวดวงแฟชั่นไฮโซสุดเลิศ ภายหลังถูกศึกษาค้นพบโดยแมวมองดารานางแบบ แอนท้องนา โปเลียโทว่า (ซาช่า ลุสส์) สาวสวยชาวรัสเซีย ก้าวขึ้นมาเป็นดารานางแบบแถวหน้าแล้วก็เป็นแฟชั่นไอคอนสุดยอด แม้กระนั้นแอนนามีด้านที่หลบไว้มากยิ่งกว่าที่คนธรรมดาทั่วไปได้มองเห็น ภายใต้ความสวยไม่มีที่ว่ากล่าวของคุณนั้นเป็นการใช้ชีวิตอยู่ในโลกสายสุดอันตรายที่ก้าวพลาดแม้กระทั้งก้าวเดียวมันหมายคือชีวิต ร่วมแสดงโดยกลุ่มดาราประสิทธิภาพนำโดย เฮเลน ภรรยาร์เรน คิลเลียน เมอร์ฟี รวมทั้ง ลุค อีแวนส์ ANNAเป็นส่วนประกอบของพล็อตที่น่าติดตาม การหักมุมที่ทำให้อ้าปากหวอ รวมทั้งฉากแอคชั่นที่จะทำให้ท่านลืมหายใจ


Beneath Anna Poliatovaandapos;s striking beauty lies a secret that will unleash her indelible strength and skill to become one of the worldandapos;s most feared government assassins.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Anna – สวยสะบัดฆ่า
— 8/10 —
หนังสายหญิงที่พล็อตเก่า ทายใจง่าย แต่ว่า…เล่าดีและก็สนุกสนาน!
Sasha Luss (Anna) งามมว๊ากกกกกก

Anna ผลงานการควบคุมของเจ้าพ่อหนังแอ็คชั่น Luc Besson ที่ชอบเอาดาราหนังสาวคนงามมาเล่นบทบู๊ รวมทั้งในหัวข้อนี้ก็เกิดเรื่องราวเกี่ยวกับสาวสวยนามว่า Anna ที่ฉากหน้าคุณเป็นดารานางแบบสาวสวยระดับท็อปของแวดวงดารานางแบบ แม้กระนั้นข้างในคุณเป็นสายสาวความสามารถฉกาจฉกรรจ์ที่ถูกฝึกหัดมาอย่างยอดเยี่ยม

ช่วงแรกรับสารภาพเลยว่า คิดไปก่อนแล้วว่ามันออกมาไม่เวิร์คหรอก มันก็แค่หนังสายดาดๆปกติ แต่ว่าพอใช้ได้ดูแล้ว เห้ย! บันเทิงใจนิ่งเลย! 

ซึ่งหนังสายพวกเรามองเห็นแนวๆนี้มาหลายเรื่องละ ถึงแม้ว่ามันจะมีการหลอกผู้ชม มันก็ยังคงทายใจง่ายอยู่ดี แม้กระนั้นสิ่งที่ทำให้มันผิดแผกและก็สนุกสนานเป็นแนวทางการเล่าเนี่ยล่ะ ในหนังหัวข้อนี้มันจะมีการเล่าแบบย้อนไปมา ระหว่างเดี๋ยวนี้กับสมัยก่อน รวมทั้งหนังก็ใช้การเล่าแบบงี้เกือบจะอีกทั้งเรื่อง ซึ่งน่าประหลาดดีที่หนังเล่าอย่างงี้แม้กระนั้นพวกเรากลับไม่มึนงง รวมทั้งรู้เรื่องได้อย่างง่ายๆเลย มันเล่าเจริญมากมาย พวกเราคิดว่ามันเยี่ยม รวมทั้งเวิร์คมากมายๆเลยล่ะ อย่างกับหนังพาพวกเราไปจุดนึง รวมทั้งย้อนกลับไปเพื่อชี้แจงในจุดนั้น รวมทั้งกลับมาเล่าต่อได้อย่างสม่ำเสมอแบบไม่ทราบสึกสะดุด 

แม้จะเป็นหนังสายดราม่า ทริลเลอร์ แอ็คชั่น แม้กระนั้นมันก็มิได้มีความตรึงเครียดแบบหนังสายเรื่องอื่นๆเพราะเหตุว่ามันได้ใส่ร้ายป้ายสีขบขันออกมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยให้ได้ยิ้มได้หัวเราะกัน หลายๆฉาก และก็ที่สำคัญอารมณ์ขันในหนังหัวข้อนี้มันมิได้มองเกินความจำเป็นกระทั่งทำให้เสียอรรถรสกับเรื่องราวเลยแม้แต่น้อย

มันไม่ใช่หนังสายแอ็คชั่นคะ หรือโลกมือสังหารอย่าง John Wick ฉากแอ็คชั่นก็มิได้เยอะแยะ แต่ว่ามันก็มีฉากแอ็คชั่นที่น่าจำแบบเดียวกัน (ตัวอย่างเช่นฉากในห้องอาหารที่พวกเรามองเห็นในแบบอย่าง) ในตัวหนังจริงสนุกมากมายแล้วก็หรูกว่าเยอะแยะ! กลับกัน ฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายเรื่องทำออกมาไม่ดีเลย รู้สึกขัดๆอย่างไรก็ไม่รู้จัก ราวกับตัวคุณอ่อนล้าอย่างไรแบบนั้น ขนาดใช้มุมกล้องถ่ายภาพช่วยแล้วนะ แต่ว่ามันก็มองคนละเรื่องกับฉากในห้องอาหารเลยจริงๆแถมจุดที่โคตรขัดอีกอย่างเป็น ไอ้พวกที่สู้กับนางเอกบางบุคคลเป็นทหาร เป็นบอดี้การ์ด ยิงปืนไม่โดนนางเอกกันเลยสักนัดหมายเนี่ยนะ!!! มันใช่หรอออออ!!!

แล้วก็มันก็ไม่ใช่หนังสายขาๆเช่นเดียวกัน ฉากกระบวนการทำภารกิจโดยรวมถูกบอกกล่าวอย่างเร็ว เนื่องจากว่าเป็นสายหญิงมันคงจะมีอะไรที่มากกว่าการเอาปืนมายิงฆ่ากันหรือเตะต่อย พวกเราแทบมิได้มองเห็นคุณประโยชน์ของการเป็นสายหญิงหรือการใช้หลอกลวงหญิงเท่าไรเลย อาทิเช่นพวกการคาดคั้นข้อมูลที่ได้มาจากปากจุดหมาย หรือหลอกให้ชิดกับ ถือว่าโชคร้ายแบบเดียวกัน

ทางด้านการแสดงจำต้องขอยกย่องเลยว่า Luc Besson เลือก Sasha Luss ได้เหมาะสมกับหน้าที่มากมาย คุณงามมว๊ากกกกก เสน่ห์ล้นโคตรรรร และก็เค้าหน้าเย้ายวนใจสุดๆ(ที่จริงแล้วก่อนมาแสดงคุณก็เคยเป็นดารานางแบบมาก่อน) บริเวณใบหน้าคุณทั้งยังงามรวมทั้งมองอันตรายไปพร้อมเพียงกัน แม้กระนั้นโชคร้ายที่การแสดงของคุณเกือบจะไม่มีอะไรให้น่าจำนอกเหนือจากบริเวณใบหน้างามๆของคุณสักเท่าไหร่ มิได้แสดงห่วยนะ เพียงแค่ปกติและไม่น่าจำ แม้กระนั้นเป็นทางด้านการแสดงของ Helen Mirren, Luke Evans และก็ Cillian Murphy ที่มองเด่นและก็ดีมากยิ่งกว่าเป็นจำนวนมากๆๆๆ

สรุปแล้ว Anna เป็นหนังที่สวยสะบัดฆ่าสมชื่อเต็มๆความสนุกสนานของมันเป็นการประสมประสานที่พอดีระหว่างแอ็คชั่นและก็การเล่าเรื่องที่มองได้เพลิดเพลินมากมาย ไม่มีเบื่อเลยสักฉาก มีความกวน ความปั่น แล้วก็เบิกบานจริงๆพูดได้ว่าเซอร์ไพรส์กับความเพลิดเพลินอย่างยิ่งจริงๆ

รีวิว ไบค์แมน 2 ถึงจะตลกฝืด แต่สะใภ้พระเอกพันล้านอย่างเราให้อภัยได้เพคะ

รีวิว ไบค์แมน 2 ประเด็นที่หล่นหายและมุกตลกบกพร่อง

 

ไบค์แมนศักรินทร์ตูดหมึก นับว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ทำเงินถล่มทลายในปี 2561 แบบเหนือความคาดหวัง เมื่อจบการฉาย หนังสามารถทำรายได้ทั่วทั้งประเทศได้เกิน 100 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่นๆที่นับได้ว่าซบเซาอย่างมากแล้วก็หลายเรื่องก็เข้าขั้น “ขาดทุน”

 

พล็อตหนังของไบค์แมนภาคแรก มิได้มีอะไรมากมายก่ายกองไปกว่าการที่ศักรินทร์ (พีช พชร จิราธิวัฒน์) ชายหนุ่มดูดีที่ทำงานเป็นวินมอเตอไซค์รับจ้างในกรุงเทพมหานคร เขาโป้ปดมดเท็จที่บ้านว่าตนเองทำงานอยู่ในแบงค์ ทุกตอนเช้าศักรินทร์จะแต่งตัวใส่เชิ้ตผูกเนคไทค์เพื่อนั่งรถไฟเข้ามาทำงาน แต่ว่าเมื่อถึงจุดหมายเขาก็เปลี่ยนชุดแล้วก็กระโจนไปคร่อมมอเตอไซค์เพื่อหารายได้ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในหนังภาคแรกที่ทำให้ไบค์แมนฯ เป็นมากกว่าภาพยนตร์ตลกตลกโปกฮาขายสิทธิ์ขายเสียงหัวเราะ เป็นการที่หนังได้ใส่เรื่องการแบกรับความคาดหมายของคนวัยหนุ่มวัยสาวจากบรรดาคนแก่ สำหรับการแปลงเป็นคนภายในวัยทำงานทั้งยังยังเพียรพยายามกระทำตามความฝันของตนเองโดยไม่ยอมแพ้ หนังยังเปิดเผยให้มองเห็นถึงความไม่ประสบผลสำเร็จของผู้แสดงนำซ้ำไปซ้ำมา แล้วก็แสดงให้เห็นว่าหลายคราวจังหวะรวมทั้งช่วงเวลาในชีวิตก็เป็นปัจจัยหลักอีกเช่นเดียวกัน

 

ไบค์แมน 2 ในปี 2562 สืบต่อ เรื่องราวภายหลังจากตอนสุดท้ายของภาคแรกไม่นานนัก เมื่อศักดา (เต๋า สมชาย เข็มกลัด) บิดาแท้ๆของจ๋าย (ฝน ศนันธฉัตร) กำลังสงสัยว่าบุตรสาวกำลังมีแฟน ทำให้ฉากเปิดเรื่องของหนังภาคนี้ถูกเล่าด้วยอารมณ์ตลกโปกฮาว่า จ๋ายให้ศักรินทร์ขี่รถมอเตอไซค์หนีบิดาของตนเองอย่างคลุ้มคลั่ง แม้ว่ามันจะเป็นซีนตลกขายขำ แต่ว่าเมื่อมองดูลึกไปกว่านั้น นี่นับว่าเป็นซีนที่จัดได้ว่า จ๋ายกำลังทำให้บิดาของตนแล้วก็ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนหนทางในประเทศไทยจำเป็นต้องประจันหน้ากับอุบัติเหตุด้วยความขาดสติของคนวัยหนุ่มวัยสาว

 

เส้นเรื่องในหนังภาคนี้ไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการที่ศักดาต้องการจะทำความรู้จักครอบครัวของศักรินทร์ ด้วยการเชิญพวกเขามาที่บ้านบ้านนอก แต่ว่าแล้วทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก็เปลี่ยนเป็นความยุ่งเหยิงเมื่อเหล่ากลุ่มตูดหมึก อีกทั้ง ปรีชา(ค่อม ชวนชื่น ) หลง (โรเบิร์ต สายควัน) รวมถึงสุรีย์(เจนนิเฟอร์ คิ้ม) แม่ของศักรินทร์ จำเป็นต้องไปประจันหน้ากับศักดา จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย

 

โชคร้ายที่หนังภาคนี้ เรื่องราวความเกี่ยวพันของนักแสดงไม่มีอะไรก้าวหน้านัก นักแสดงศักดาเป็นตัวละครที่อ้างอิงมาจากคาแรกเตอร์ในชีวิตจริงของเต๋า สมชาย นอกเหนือจากนั้นแนวความคิดแบบคลุมถุงชนของนักแสดงศักดา ก็มองเป็นตัวละคร “พ่อหัวโบราณ” ในละครไทยตอนเอาซะอย่างยิ่ง ยิ่งเมื่อพวกเราใคร่ครวญว่าเขาทำงานในระดับเป็นเจ้าของเหมืองหินแล้ว หนังก็ยิ่งไม่มีเหตุผลในทางระบบความคิดความอ่าน แล้วก็เสมือนดีไซน์นักแสดงนี้มาเพื่อเอาไว้รับใช้การใส่ฉากแอ็คชั่นปึงปังในช่วงท้ายเรื่องเสียมากกว่า

 

ความบางเบาของใจความสำคัญในหนังภาคนี้ แปรผันโดยตรงกับมุกตลกโปกฮาที่ฝืดเฝือ วนเวียนอยู่กับเรื่องสังขารของนักแสดง แล้วก็ในที่สุดแล้วไบค์แมน 2 ก็เป็นหนังที่เสมือนผลิตขึ้นมาแค่เพียงต้องการจะโกยเงินจากผู้ชมอีกรอบเพียงแค่นั้น

รีวิวหนัง The Handmaiden – ล้วง เล่ห์ ลวง รัก

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Handmaiden เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาดำเนินงานเป็นสาวรับใช้ให้ท่านหญิงนางหนึ่ง คุณมากับแผนลับอะไรบางอย่างเพื่อหลอกหวังสมบัติจากคุณหญิง แต่ว่าแล้วกลยุทธ์ยิ่งสลับซับซ้อนเมื่อคุณกำเนิดความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ยากเกินคาดทายใจ ในประเทศเกาหลี ปี 1930 สมัยที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครอบครองของประเทศญี่ปุ่น หญิงสาวนามว่า ซุคี เข้ามาปฏิบัติงานเป็นสาวใช้ให้ท่านหญิง ฮิเดโกะ ผู้เก็บตัว อาศัยอยู่ที่บ้านนอกอันไกลห่าง และก็มีคุณลุง วัวซุกิ รอสั่งการชีวิตคุณหญิงตลอดระยะเวลา ภายใต้ความไม่รู้เดียงสาของซุคี ตามที่เป็นจริงแล้วคุณเป็นคนล้วงกระเป๋าที่นายจ้าง ฟูจิวะระส่งมาเป็นนางนกต่อ เพื่อเขาได้สมรสกับฮิเดโกะแล้วเอาทรัพย์สิน รวมทั้งทำให้ท่านหญิงถูกส่งไปยังโรงพยาบาลประสาท กลยุทธ์ทุกสิ่งอาจจะเป็นไปตามแผนด้วยดี จนตราบเท่าซุคีแล้วก็คุณหญิงฮิเดโกะศึกษาค้นพบความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างเกินกว่าจะคาดคะเน

 

วิภาควิจารณ์ หนัง

 Review / ไม่มีสปอยล์

The Handmaiden

9 / 10

..
หนังเกี่ยวกับเรื่องราวของ ชุคฮี (Kim Tae-ri) หญิงสาวดำรงชีพมิจฉาชีพ ได้ร่วมมือกับ เคาต์ฟูจิวาระ (Ha Jung-woo) เพื่อเข้าไปเป็นนางนกต่อโดยจะต้องไปหญิงรับใช้เพื่อรับใช้ ฮิเดโกะ (Kim Min Hee) ซึ่งทั้งยัง 2 คน มีเป้าหมายเป็นมรดกของคุณ แม้กระนั้นอาจไม่ง่ายเนื่องจากมี คุณลุง วัวซุกิ ที่รอสั่งการชีวิต ฉิเดโกะ ซึ่งหลานสาวของเขา อยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจ แนวทางจะเสร็จหรือเปล่า ขึ้นกับความรู้สึกรวมทั้งอารมณ์ของแต่ละคนจะมั่นคงหนักแน่นพอเพียงหรือปล่าว
..
จัดว่ายังได้ผลสำเร็จงานที่ดีอีกหนึ่งเรื่องของผู้กำกับ ปาร์ค เฉลียงวุค (Park Chan-wook) ที่เคยฝากผลงานขึ้นหิ้งอย่างเรื่อง Oldboy เอาไว้ The Handmaiden หน้าหนังมองเหมือนหนังรักซีรีย์ประเทศเกาหลีทั่วๆไป แต่ว่าถ้าเกิดดูแล้วพวกเราจะมองเห็นได้ว่า หนังหัวข้อนี้มีอะไรมากยิ่งกว่านั้น ด้วยโทนหนังที่ถ่ายทอดภาพออกมาได้สวย ทำให้พวกเราเพลิดเพลินใจไปกับตัวหนัง แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราสัมผัสบทหนังได้จะทราบได้เลยว่าจิตวิญญาณของหนังหัวข้อนี้ มิได้สวยดังส่วนประกอบที่รายล้อมนักแสดงทั้งหลายแหล่ หนังดูดิบ รวมทั้งจิตพอควร
..
การเดินเรื่องนับว่าทำเป็นดีสามารถตรึงอารมณ์ให้พวกเราติดตามและก็สามารถดึงอารมณ์ของผู้ชมออกมาให้ใส่ใจอินไปกับตัวหนัง แถมผู้กำกับยังมี การคั่นคำพูดตลกร้ายได้ถูกจังหวะ ทำให้หนังมองมากมาย แถมบทหนังยังมีการบาดใจอย่างมีท่วงที หักเหลี่ยมกันได้อย่างเผ็ดร้อนรุนแรง บทหนังยังชักจูงโดยใช้แนวทาง แบ่งออก เป็น 3 พาร์ทสำหรับเพื่อการเล่าเรื่องราวหลังหรือก่อน(แม้กระนั้นมันก็เชื่อมโยงกัน) แถมตัวหนังยังมีแอบแฝงเครื่องหมายแบบมีความนัยยะไว้หลายแบบ ให้ผู้ชมได้แปลความหมายวินิจฉัยกับความประพฤติปฏิบัติของนักแสดงทั้งหลายแหล่
..
และไม่กล่าวถึงคงมิได้ เป็นฉากเลิฟซีนในหนังที่สุดแสนจะหวาบหวิว ถ่ายทอดออกมาได้รุนแรงแต่ว่าแอบแฝงด้วยความละมุนละไม ใช้มุมกล้องถ่ายภาพเจริญทำให้ผู้ชมไม่เคยรู้สึกกระดาก ปลดปล่อยให้ผู้แสดงปล่อยอารมณ์กันได้อย่างมาก แถมไดอะล็อกบทสนทนาตอนเลิฟซีนก็แสนแยบคายรวมทั้งเย้ายวน ทำให้ผู้ชมพรึงเพริดไปกับฉากเลิฟซีนพวกนั้น จะต้องดูว่า แคสติ้งผู้แสดงนำฝ่ายได้ตรงตามบทที่ควรเป็น ทำให้ผู้ชมไหลลื่นไปกับตัวหนังไม่รู้จักสึกขัดข้องที่ไหน
..
โดยรวมนับว่าหนังทำออกมาก้าวหน้ามากมายในความเห็นความชื่นชอบส่วนตัว ด้วยตัวหนังยาวถึง 144 นาที แม้กระนั้นไม่มีตอนไหนเลยที่ผมจะละสายตาไปจากหนังหัวข้อนี้ได้ มองผิวเผินเสมือนหนังชิงเหลี่ยม ชิงรักหักสวาทกันปกติ แต่ว่า The Handmaiden เป็นหนังที่มีเชิงชั้นรวมทั้งศิลป์สำหรับในการเล่ารวมทั้งถ่ายทอดมากยิ่งกว่านั้นเยอะแยะ
..
Jurassic Boy / FB : ผีโรงภาพยนต์

เครดิตบทความ : https://www.facebook.com/pheerongnang/

ฝากติดตามเพจเล็กๆด้วยนะฮับ *-*

รีวิวหนัง Kingsman: The Golden Circle – คิงส์แมน รวมพลังโคตรพยัคฆ์

เรื่องย่อหนัง

หนัง Kingsman: The Golden Circle หรือชื่อไทยว่า คิงส์แมน เดอะ โกลเด้น เซอร์เคิล Kingsman: The Golden Circle จะดำเนินเรื่องต่อจากเรื่องการจู่โจมทั้งโลกในด้านหลังภาคแรก โดยที่ เอ็กซ์ซี่ (ทารอน อีเกอร์ตัน) และก็ เมอร์ลิน (มาร์ค สตรอง) มุ่งหน้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมกลุ่มกับฝั่งสำนักงานใหญ่ในอเมริกาช่วยเหลือกันกู้โลก ซึ่งทางฝั่งประเทศสหรัฐอเมริกานั้นก็ได้ดาราหนังอย่าง ฮัลลี่ เบอร์ปรี่ มานำกลุ่มด้วย


หนัง คิงส์แมน เดอะ โกลเด้น เซอร์เคิล When their headquarters are destroyed and the world is held hostage, the Kingsmanandaposs journey leads them to the discovery of an allied spy organization in the US. These two elite secret organizations must band together to defeat a common enemy.

วิภาควิจารณ์ หนัง

สนุกสนาน actionโก้หรู ไม่เคยทราบจะท่ไปไหน idia เก๋ มัน ชั่วร้าย นักแสดงโก้ สนุกสนานครบถ้วนบริบูรณ์ ควรจะมองภาคเเรกก่อน เเล้วมาดูภาค2 ถึงจะอิน ขอให้มีภาค3 สาธุ

รีวิวหนัง Sunny: Our Hearts Beat Together – วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป

เรื่องย่อหนัง

หนัง Sunny หรือชื่อไทยว่า วันนั้น วันนี้ สหายกันตลอดกาล ” แ อ บ รั ก ค รั้ ง แ ร ก อ ก หั ก ค รั้ ง แ ร ก ….. ยั ง จำไ ด้ มั้ ย ใ ค ร ค อ ย อ ยู่ ข้ า งๆเ ร า ? ” #Sunny : Our Hearts Beat Together แสดงนำโดย ฮิโรเสะ ซึสึ ,ชิโนฮาระ เรียวโกะ , ไม่อุระ ฮารุมะ , โทมิตะ ไม่อุ ควบคุมสร้างโดย “คาวามุระ เก็งคิ “ ผู้ผลิต “Your Name “ #Sunny 31.01.19 จับมือเพื่อนรักมาดูหนังประเด็นนี้ร่วมกัน


A group of friends from high school days reunite for once more time before one of them are going to die from cancer.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว – Sunny – วันนั้น วันนี้ สหายกันตลอดกาล
— 9/10 —
หนังฟีลกู๊ด ที่เต็มไปด้วยคำว่ามิตรภาพ
“เป็นหนังที่จะทำให้ท่านนึกถึงเพื่อนพ้องอย่างไม่ต้องสงสัย”

Sunny เป็นหนังที่ทำมาใหม่อีกทีจากหนังดังของประเทศเกาหลีในชื่อเรื่องเดียวกัน แม้กระนั้นถูกดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมาในลักษณะของวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่น J-Pop สมัย 90 แทน ซึ่ง(ดักแก่)เข้าถึงคนใดกันแน่ได้ผู้คนจำนวนมากแน่ๆ

หนังกล่าวถึงเรื่องราวของ นามิ ที่บังเอิญมาพบเพื่อนรักในอดีตกาล เซริกะในโรงหมอแห่งหนึ่ง โดยที่ เซริกะ กำลังจะเสียชีวิตในอีกไม่ช้า คุณเลยขอให้ นามิ ช่วยพาสหายเกิร์ลกลุ่ม Sunny กลับมารวมตัวกันในวาระสุดท้ายของชีวิตคุณ

หนังเดินเรื่องได้อย่างเร็ว ตรงประเด็น ไม่นอกรีต โดยหนังจะแบ่งเป็นสองขณะ เป็นระยะเวลาตอนนี้แล้วก็ในสมัยก่อน ซึ่งมันจะมีโทนของภาพบอกกล่าวอยู่เป็นประจำว่าเรื่องนั้นอยู่ในตอนใด แถมการเปลี่ยนฉากแต่ละฉากยังทำออกมาได้ไหลลื่นสุดๆ

เนื่องจากว่าหนังเล่าทั้งยังตอนนี้และก็อดีตกาล หนังยังเอาใจใส่เนื้อหาต่างๆของแต่ละช่วงได้โคตรดี โดยยิ่งไปกว่านั้นใน J-Pop สมัย 90 ตัวอย่างเช่นการแต่งตัวในสมัยก่อน ถุงเท้าหละหลวม กระโปรงสั้น เสื้อแขนยาว ทำสีผมน้ำตาล รวมถึงพร๊อพต่างๆตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ เอ่ยอะไรเอ่ย และก็ที่สำคัญเลยเป็น เพลง เพลงที่ปรากฏในหัวข้อนี้ผู้ใดที่อยู่ในสมัยนั้นจำเป็นต้องชินหูและก็ร้องตามกันได้อย่างแน่แท้ (ดีไม่ดีบางบุคคลเต้นได้ด้วย) ที่สำคัญ มันช่างกับหนังอย่างยิ่ง เนื่องจาก เพลิดเพลินหูสุดๆ (ถ้าเกิดคนใดรู้จักกับสิ่งพวกนี้ คุณไม่เด็กแล้วนะ 555)

ในด้านนักแสดง หนังเล่าได้กระชับรวดเร็วทันใจ ไม่เสียเวล่ำเวลา ทำให้ผู้ชมรู้จักแล้วก็รู้เรื่องนักแสดงได้อย่างไม่ยากเย็นไม่ว่าจะดาราวัยเด็ก หรือวัยผู้ใหญ่ ต่างก็เล่นคืนดีกันทั้งหมด มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลที่สะดุดตา และก็ด้วยเอกลักษณ์นั้นก็ทำให้ดาราหนังทั้งคู่วัย แบบเดียวกันเหมือนผู้เดียวกัน อย่างน่าเกินจริง เมื่อกล่าวถึงดาราแล้ว สิ่งที่ทำให้หัวใจกระฉับกระเฉงได้ก็อาจจะเป็นเหล่าดาราที่เล่นบทวัยรุ่นสมัย 90 ทั้งยัง ฮิโรสะ ซึสึ ในบทนางเอก นามิ สาวต่างจังหวัดน่าตาจิ้มลิ้มสวย คุณเล่นได้น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ, ไมกะ ยามาโมโต้ ในบท เซริกะ ที่เป็นสาวโก้ มั่น รวมทั้งการแสดงของคุณในวัยเด็กยิ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่ออารมณ์ผู้ชมกับสถานะการณ์ตอนโตด้วย รวมทั้งที่สำคัญดาราหนังคนนี้ที่พวกเราละสายตาจากคุณมิได้จริงๆทุกการเคลื่อนไหว ทุกการขยับ มีเสน่ห์ น่าหลงไหลมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อิไลซา อิเคดะ ในบทของดารานางแบบสาวสวย หยิ่งยโสๆอย่าง นานะ คุณน่ารักน่าเอ็นดูมากมายกกกกกกกกกกกกกจริงๆๆๆๆๆๆ

ไม่เฉพาะแต่เหล่าศิลปินผู้หญิงแค่นั้น หนังยังมีนักแสดงชายสุดหล่ออย่างเดียวในหนัง ฮารูมะ ไม่อูระ ในหน้าที่ของรุ่นพี่วาตารุ ให้ผู้หญิงได้กรี๊ดกันทุกตอนที่เขาแสดงตัว(จริงๆนะ) และก็เขาคนนี้ตัวลักขโมยซีนชั้นเยี่ยม มีมุมกล้องถ่ายภาพเชยๆบทเชยๆเยอะไปหมด แต่ว่ามันก็ยังโคตรฮาอยู่ดี

โดยรวมแล้ว หนังฟีลกู๊ดมาก ภาพงาม เดินเรื่องสนุกสนาน ดราม่าบางทีอาจไม่ถึงกับขนาดน้ำตาแตก แม้กระนั้นก็เชื้อเชิญซึ้งจริงๆ มองจบแล้วกระปรี้กระเปร่าแบบสุดๆกลุ่มของผู้คนมองสตรีคงจะอินกว่าเพศชายนะ (แม้กระนั้นเพศชายก็มองได้บันเทิงใจด้วยเหมือนกัน) ดูแล้วคงจะนึกถึงเกิร์ลกลุ่มยุคมัธยม กับเรื่องราวมิตรภาพ ความรัก ความรู้สึกตอนเด็กใหม่ ทะเลาะกันในกรุ๊ป ทะเลาะกันนอกกรุ๊ป ตามขอคืนดีสหาย ถ้าหากคุณมองหัวข้อนี้คุณจะโคตรนึกถึงเพื่อนฝูงๆหนังจะก่อให้ผู้ที่อยู่ในวัยรุ่นได้กระชับความเกี่ยวเนื่องกันมากเพิ่มขึ้น แล้วก็จะก่อให้ผู้ที่พ้นวัยไปได้หวนคิดถึงช่วงเวลาที่ดีกับมิตรภาพของสหายในอดีตกาลอย่างแน่แท้